ทำไมราคาน้ำมันในไทยถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ราคาโลกไม่ได้ขึ้นมาก

ทำไมราคาน้ำมันในไทยถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ราคาโลกไม่ได้ขึ้นมาก

เห็นข่าวราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงหรือคงที่ แต่พอไปเติมน้ำมันที่ปั๊มกลับพบว่าราคายังสูงอยู่หรือขึ้นอีก สงสัยว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ราคาน้ำมันในไทยขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง มีแค่ราคาน้ำมันโลกหรือมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลด้วย วันนี้มาทำความเข้าใจกันว่าราคาน้ำมันในไทยคำนวณอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้แพงขึ้น และทำไมถึงไม่ลดลงตามราคาโลก

โครงสร้างราคาน้ำมันในไทย

ราคาน้ำมันที่ปั๊มไม่ได้มาจากราคาน้ำมันโลกอย่างเดียว แต่มีหลายส่วนประกอบรวมกัน ประกอบด้วยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก คิดเป็นประมาณ 40-50% ของราคาขายปลีก ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมา ส่วนนี้แปรผันตามตลาดโลก ค่ากลั่นและมาร์จิ้นกลั่น คิดประมาณ 10-15% ค่าใช้จ่ายในกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบให้กลายเป็นน้ำมันสำเร็จรูปและกำไรของโรงกลั่น ค่าขนส่งและจำหน่าย ประมาณ 2-5% ค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากโรงกลั่นไปยังคลังและปั๊มน้ำมัน รวมค่าดำเนินการและกำไรของปั๊ม

ภาษีสรรพสามิต คิดเป็นประมาณ 20-30% ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากน้ำมันแต่ละชนิด อัตราภาษีต่างกันไปตามชนิดน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บวกหรือลบตามนโยบายรัฐ เป็นกลไกที่รัฐใช้ปรับราคาน้ำมันให้คงที่หรือช่วยเหลือประชาชน ถ้ากองทุนขาดดุลรัฐต้องอุดหนุนหรือปรับเพิ่มค่ากองทุน ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% คิดจากราคารวมทั้งหมดก่อนบวก VAT เมื่อรวมทุกส่วนจึงได้ราคาขายปลีกที่ปั๊มน้ำมัน

ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันไทยแพงขึ้นแม้โลกไม่ค่อยขึ้น

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง น้ำมันดิบซื้อด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ถ้าค่าเงินบาทอ่อนลง เช่น จาก 33 บาทต่อดอลลาร์เป็น 36 บาทต่อดอลลาร์ แปลว่าต้องจ่ายเงินบาทมากขึ้น 9% เพื่อซื้อน้ำมันดิบปริมาณเท่าเดิม แม้ราคาน้ำมันโลกไม่เปลี่ยนแต่ต้นทุนเป็นเงินบาทเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทอ่อนจากหลายสาเหตุ เช่น เศรษฐกิจไทยไม่แข็งแรง ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทั่วโลก ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย เงินทุนไหลออกจากไทย นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยแล้วเอาเงินไปลงทุนที่อื่น ค่ากลั่นและมาร์จิ้นโรงกลั่นสูงขึ้น ค่ากลั่นแปรผันตามสถานการณ์ตลาด ถ้าโรงกลั่นทั่วโลกเดินเครื่องไม่เต็มกำลังเพราะซ่อมบำรุงหรือปิดตัวลง อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปลดลง ค่ากลั่นจึงสูงขึ้น บางช่วงค่ากลั่นสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า โรงกลั่นอาจปรับมาร์จิ้นกำไรเพิ่มขึ้นถ้าต้นทุนสูงหรือต้องการชดเชยผลขาดทุนช่วงก่อน

ภาษีสรรพสามิตและนโยบายภาษี รัฐอาจปรับอัตราภาษีสรรพสามิตขึ้นหรือลดมาตรการช่วยเหลือที่เคยมี เช่น เคยลดภาษีชั่วคราวแต่ครบกำหนดแล้วต้องเก็บเต็มอัตรา ภาษีขึ้นแม้น้ำมันโลกคงที่ราคาปั๊มก็ขึ้น ปี 2566 มีช่วงที่รัฐลดภาษีดีเซลจาก 5.99 บาทต่อลิตรเหลือ 0.01 บาทต่อลิตร พอหมดมาตรการกลับมาเก็บเต็มอัตราดีเซลขึ้นทันที กองทุนน้ำมันขาดดุล กองทุนน้ำมันเคยอุดหนุนราคาเพื่อไม่ให้ขึ้นสูงเกินไป เช่น ช่วงราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กองทุนอุดหนุนมากทำให้ขาดดุลหลักหมื่นล้านบาท พอหมดกำลังอุดหนุนหรือต้องเก็บเงินคืนเพื่อเติมกองทุน ค่ากองทุนที่บวกในราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาที่ปั๊มจึงสูงขึ้นแม้น้ำมันโลกไม่ขึ้น

ต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์ ค่าขนส่งภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากหลายสาเหตุ ค่าแรงงานสูงขึ้น ค่าบำรุงรักษารถขนส่งเพิ่มขึ้น ค่าผ่านทางพิเศษและค่าน้ำมันรถบรรทุกเพิ่มขึ้น ถ้าปั๊มน้ำมันอยู่ห่างไกลต้นทุนขนส่งสูง ราคาขายก็ต้องสูงตาม มาร์จิ้นกำไรของผู้ประกอบการ บริษัทน้ำมันและปั๊มต้องทำกำไรเพื่อดำเนินกิจการ ถ้าต้นทุนดำเนินการสูงขึ้นเช่นค่าเช่าที่ดิน ค่าแรงพนักงาน ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา อาจต้องปรับมาร์จิ้นกำไรเพิ่มเพื่อให้กิจการอยู่รอด บางช่วงแข่งขันน้อยหรือมีข้อตกลงร่วมกันอาจมีผลให้ราคาสูงกว่าที่ควร

อุปสงค์และอุปทานภายในประเทศ ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว คนใช้รถเดินทางมาก อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้น บางช่วงคลังน้ำมันใกล้หมดต้องสั่งเพิ่มเร่งด่วนราคาอาจสูงกว่าปกติ หรือโรงกลั่นในประเทศซ่อมบำรุงต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้นราคาแพงกว่า สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แม้ราคาน้ำมันดิบโลกไม่ขึ้นมาก แต่ถ้ามีความไม่แน่นอนเช่นสงครามใกล้แหล่งน้ำมัน การคว่ำบาตรประเทศผู้ผลิตน้ำมัน การโจมตีโรงกลั่นหรือท่อส่งน้ำมัน ตลาดจะเก็งกำไรและค่าประกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นแม้น้ำมันดิบไม่ขึ้นมาก

เปรียบเทียบกับต่างประเทศ

ราคาน้ำมันในไทยเทียบกับประเทศอื่นอยู่ในระดับกลางๆ แพงกว่าประเทศที่ผลิตน้ำมันเองและภาษีต่ำ เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ เวเนซุเอลา ที่น้ำมันถูกมาก ลิตรละ 10-20 บาท แต่ถูกกว่าประเทศที่ไม่มีน้ำมันและเก็บภาษีสูง เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ยุโรปหลายประเทศ ที่น้ำมันแพงลิตรละ 60-100 บาทขึ้นไป เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอาเซียน ไทยแพงกว่ามาเลเซีย บรูไนที่มีน้ำมันเองและราคาถูก แต่ถูกกว่าสิงคโปร์และใกล้เคียงกับฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา ลาว กัมพูชา

ปัจจัยที่ทำให้แต่ละประเทศต่างกันคือมีแหล่งน้ำมันเองหรือไม่ อัตราภาษีที่จัดเก็บ นโยบายอุดหนุนของรัฐ ค่าเงินท้องถิ่น ประสิทธิภาพโรงกลั่นและโลจิสติกส์ และระดับค่าครองชีพโดยรวม บางประเทศเก็บภาษีน้ำมันสูงมากเพื่อจูงใจให้คนใช้รถน้อยลงและเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะหรือพลังงานสะอาด

มาตรการและนโยบายของรัฐ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้ปรับราคาให้คนไม่กระทบมากเกินไปเมื่อราคาโลกพุ่งสูง แต่กองทุนมีเงินจำกัด ใช้อุดหนุนมากเกินไปจะขาดดุลและล้มละลาย ลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว รัฐอาจลดอัตราภาษีลงชั่วคราวช่วงราคาสูง เช่น ลดภาษีดีเซลจาก 5.99 บาทเหลือ 0.01 บาทต่อลิตร แต่ทำได้ไม่นาน เพราะรัฐเสียรายได้ค่อนข้างมาก ควบคุมราคาขายปลีก กำหนดราคาเพดานหรือราคาแนะนำให้ปั๊มน้ำมันขายไม่เกิน แต่ถ้ากำหนดต่ำเกินไปปั๊มอาจขาดทุนและปิดตัว จ่ายเงินชดเชยหรือบัตรสวัสดิการ ให้เงินหรือบัตรลดราคาน้ำมันแก่กลุ่มเป้าหมาย เช่น แท็กซี่ รถสามล้อ รถเกษตร รถโดยสารประจำทาง ประชาชนผู้มีรายได้น้อย

ส่งเสริมพลังงานทางเลือก สนับสนุนรถไฟฟ้า รถ NGV เอทานอล ไบโอดีเซล โซลาร์เซลล์ ลดการพึ่งพาน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น ปรับปรุงโรงกลั่นให้ทันสมัยกลั่นได้มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ลดต้นทุนและลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เจรจาซื้อน้ำมันดิบ หาแหล่งซื้อน้ำมันดิบที่ถูกกว่าหรือมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำสัญญาระยะยาวกับประเทศผู้ผลิต เพิ่มความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันให้ชัดเจน ประชาชนเข้าใจว่าราคาน้ำมันมาจากอะไรบ้าง ไม่เข้าใจผิดหรือคิดว่าโดนเอาเปรียบ

สิ่งที่ประชาชนควรทำ

ติดตามข่าวราคาน้ำมัน รู้ว่าแต่ละวันราคาน้ำมันเท่าไหร่ ปั๊มไหนถูกกว่า มีแอปพลิเคชันช่วยเช็คราคาเช่น Oil Price หรือ PTT Station ประหยัดน้ำมัน ขับรถเบาๆ ไม่เร่งแรง ไม่เบรกกะทันหัน เติมลมยางให้เหมาะสม บำรุงรักษารถเป็นประจำ ปิดเครื่องยนต์ถ้าจอดรอนาน ใช้ขนส่งสาธารณะ นั่งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถตู้ แทนขับรถเองบ้างถ้าสะดวก ประหยัดได้และลดมมลพิษ ใช้รถร่วมกัน Carpool กับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ทางเดียวกัน แบ่งค่าน้ำมันกัน ประหยัดและได้คุยกันสนุก พิจารณารถประหยัดน้ำมัน ถ้าจะซื้อรถคันใหม่เลือกรถที่กินน้ำมันน้อย เช่น รถอีโค่คาร์ รถไฮบริด หรือรถไฟฟ้า ลงทุนแรกอาจแพงแต่ใช้น้ำมันหรือไฟฟ้าน้อยกว่า

วางแผนเดินทาง รวมธุระหลายอย่างในเที่ยวเดียว ไม่ต้องออกไปหลายรอบ เลือกเส้นทางที่ใกล้และไม่ติด ลดระยะทางและเวลา เติมน้ำมันให้คุ้ม ใช้บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นคืนเงินหรือสะสมแต้ม สมัครสมาชิกปั๊มน้ำมันได้ส่วนลดหรือสิทธิพิเศษ เติมช่วงที่ถูกกว่าถ้ามีข้อมูล ติดตามนโยบายรัฐ ดูว่ารัฐมีมาตรการช่วยเหลือหรือบัตรสวัสดิการน้ำมันหรือไม่ สมัครใช้ถ้ามีสิทธิ์ ลดใช้รถถ้าไม่จำเป็น วันหยุดอยู่บ้านพักผ่อนหรือเดินเล่นใกล้บ้านแทนขับรถไปไกล ประหยัดเงินและดีต่อสุขภาพ

สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมด

โครงสร้างราคาน้ำมันในไทยประกอบด้วยราคาน้ำมันดิบโลก 40-50% ค่างลั่นและมาร์จิ้น 10-15% ค่าขนส่งจำหน่าย 2-5% ภาษีสรรพสามิต 20-30% กองทุนน้ำมัน และ VAT 7% ปัจจัยที่ทำให้น้ำมันไทยแพงขึ้นแม้โลกไม่ขึ้นมีค่าเงินบาทอ่อน ค่ากลั่นและมาร์จิ้นสูง ภาษีสรรพสามิตขึ้นหรือลดมาตรการช่วยเหลือ กองทุนขาดดุลต้องเก็บเงินคืน ต้นทุนขนส่งเพิ่ม มาร์จิ้นกำไรของผู้ประกอบการ อุปสงค์อุปทานในประเทศ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศไทยอยู่ระดับกลาง แพงกว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันแต่ถูกกว่าประเทศที่เก็บภาษีสูง มาตรการรัฐมีกองทุนน้ำมัน ลดภาษีชั่วคราว ควบคุมราคา จ่ายเงินชดเชย ส่งเสริมพลังงานทางเลือก เพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น เจรจาซื้อน้ำมันดิบ และเพิ่มความโปร่งใส ประชาชนควรติดตามราคา ประหยัดน้ำมัน ใช้ขนส่งสาธารณะ ใช้รถร่วมกัน เลือกรถประหยัด วางแผนเดินทาง เติมให้คุ้ม ติดตามนโยบาย และลดใช้รถถ้าไม่จำเป็น ราคาน้ำมันไทยไม่ได้ขึ้นลงตามราคาโลกอย่างเดียวแต่มีปัจจัยอื่นหลายอย่างที่ส่งผลด้วย